“ความสุข” เป็นความหลงไหลอันทันสมัยที่ทุกคนพยายามค้นหาให้เจอ ใครเจอ “ความสุข” จะกลายเป็นกำลังใจต่อการดำเนินชีวิต พูดง่ายๆ “ความสุข” เป็นดัชนีของชีวิตในการตัดสินใจหลายๆ เรื่องเลยก็ว่าได้
ถ้าเราทำงานแล้วไม่มีความสุข อาจจะเลิกทำงานนั้นไปเลย เหม็นขี้หน้าใคร ก็พยายามหลีกเลี่ยงการพบเจอ หรือไปเที่ยวที่ใดที่หนึ่งแล้วไร้ความสุข คงไม่ไปซ้ำอีกแน่ๆ
คิดแบบนี้ “ความสุข” กลายเป็นศูนย์กลางของชีวิต จึงเป็นที่มาว่าทำไมพวกเราถึงดิ้นรนเพื่อทำให้ตัวเองมี “ความสุข” ประมาณว่าจะต้องหามาให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็ต้องใช้ทางลัดกันไปเลย หลายๆ คนก็ทานยาลดความเครียด ความซึมเศร้า
คิดแบบนี้ “ความสุข” กลายเป็นศูนย์กลางของชีวิต จึงเป็นที่มาว่าทำไมพวกเราถึงดิ้นรนเพื่อทำให้ตัวเองมี “ความสุข” ประมาณว่าจะต้องหามาให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็ต้องใช้ทางลัดกันไปเลย หลายๆ คนก็ทานยาลดความเครียด ความซึมเศร้า
แต่ยิ่งทาน อารมณ์ยิ่งแปรปรวน ขณะที่บางคนก็พยายามใช้เงินเพื่อแลกกับการได้มาซึ่ง “ความสุข” เช่น ท่องเที่ยว ดูหนัง ช้อปปิ้ง ทาน แต่ความสุขที่ได้กลับเป็นชั่วข้ามคืน เผลอๆ อาจจะได้ความเหงาเพิ่มเข้ามา
ถ้าเป็นแบบนี้เราจะหา “ความสุข” แบบยั่งยืนกันได้ยังงัย
ถ้าเป็นแบบนี้เราจะหา “ความสุข” แบบยั่งยืนกันได้ยังงัย
“เป็นเรื่องกล้วยๆ” Mr.Jolanta Burke อาจารย์อาวุโส ด้านจิตวิทยา มหาวิทยาลัยอีสต์ ลอนดอน บอกเอาไว้
อาจารย์ท่านนี้เฉลยว่า “ความสุข” ไม่ต้องไปหาไกลหรอก อยู่รอบๆ ตัวพวกเรานี่แหละ ถ้าอยากเจอ “ความสุข” ตัวจริง เสียงจริง ก่อนอื่นต้องเป็นคน “มองบวก” ซะก่อน ขจัดสิ่งสกปรกออกไปจากจิตใจ
อย่างเช่น ถ้ารู้สึกว่าวันนี้มีความเครียด เป็นทุกข์เหลือเกิน ก็ต้องบอกตัวเองไปเลยว่า เดี๋ยววันพรุ่งนี้จะมีความสุขเอง
นั่นคือ ปล่อยให้ทุกสิ่งเป็นไปตามธรรมชาติ เพราะการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติหลายๆ อย่างนั้น มีอิทธิพลต่อ “ความสุข” แบบที่พวกเราอาจจะคาดไม่ถึงกันเลย
อาจารย์ท่านนี้เฉลยว่า “ความสุข” ไม่ต้องไปหาไกลหรอก อยู่รอบๆ ตัวพวกเรานี่แหละ ถ้าอยากเจอ “ความสุข” ตัวจริง เสียงจริง ก่อนอื่นต้องเป็นคน “มองบวก” ซะก่อน ขจัดสิ่งสกปรกออกไปจากจิตใจ
อย่างเช่น ถ้ารู้สึกว่าวันนี้มีความเครียด เป็นทุกข์เหลือเกิน ก็ต้องบอกตัวเองไปเลยว่า เดี๋ยววันพรุ่งนี้จะมีความสุขเอง
นั่นคือ ปล่อยให้ทุกสิ่งเป็นไปตามธรรมชาติ เพราะการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติหลายๆ อย่างนั้น มีอิทธิพลต่อ “ความสุข” แบบที่พวกเราอาจจะคาดไม่ถึงกันเลย
Mr.Burke แนะนำการมองหา “ความสุข” แบบง่ายๆ มาฝาก
1.เวลา : จะสังเกตว่าทุกวันนี้คนเรามักต้องการความสำเร็จในชีวิตให้ได้เร็วที่สุด บางคนตั้งเป้าว่าก่อนอายุ 40 ปีจะต้องมีทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วถ้าไปไม่ถึงเป้าหมายจะเกิดอะไรขึ้น คงท้อแท้ สิ้นหวัง ชีวิตไม่มีความหมายอีกแล้ว
ทางออกเพื่อลดความทุกข์ ก็คือ ปรับทัศนะคติ มองบวก ให้ความยืดหยุ่นกับคำว่าเป้าหมายมากขึ้น ถ้า 40 ปีทำไม่ได้ เดี๋ยว 45 ปีก็ทำได้ ถ้าไม่ได้พอถึง 50 ปีก็ได้เอง
อย่าลืมว่า อะไรที่ตึงมากไปก็ขาดง่าย และเวลาขาดก็จะดีดกลับเข้าหาตัวเราเร็วและแรง
2.อารมณ์ : อย่างว่าวัยรุ่นมักจะควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยจะอยู่กัน ปล่อยให้อารมณ์เป็นใหญ่ตลอดเวลา แต่พออายุมากขึ้นๆ จะควบคุมอารมณ์และมีเสถียรภาพต่อเรื่องนี้ดีขึ้น ดังนั้น ถ้าเราต้องการมี “ความสุข” ตั้งแต่อายุน้อยๆ ก็ต้องรู้จักอารมณ์ตัวเอง ทำความเข้าใจ ใช้เหตุและผลในการตัดสินใจหรือดำเนินชีวิต ถ้าทำได้ “ความสุข” ไม่หนีไปไหนหรอก
3.สังคมออนไลน์ : สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นสิ่งที่คนเราขาดไม่ได้เลย บางคนติดงอมแงม แทบไม่เคยเงยหน้ามองผู้คนกันเลย ผลที่ตามมาหนีไม่พ้นเกิดภาวะเครียด หงุดหงิดง่าย
ทางออกง่ายมาก ปิดหน้าจอแล้วเป็นมิตรกับคนรอบข้างให้เยอะๆ พูดคุย ยิ้มแย้ม แล้วชีวิตคุณจะพบกับ “ความสุข” อีกครั้ง
4.เรียบง่าย : ชีวิตเราก็เหมือนการจราจร เมื่อถนนโล่งว่าง เป็นเรื่องง่ายที่จะขับรถไปไหนมาไหนสะดวกสบาย แต่ถ้าจราจรติดขัด จะไปไหนมาไหนก็ลำบาก บางคนถึงขั้นหงุดหงิด สติหลุด เช่นกันถ้าเราทำให้ชีวิตตัวเองยุ่งเหยิง จะทำอะไรก็คงติดๆ ขัดๆ ไปซะหมด
เอาใหม่ ลองปรับการดำเนินชีวิต ลำดับขั้นตอนอีกครั้ง อะไรที่ไม่จำเป็นก็ตัดออกไป เพื่อให้กลับเข้าสู่โหมดความเรียบง่าย รับรองคุณจะรับมือกับการใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ สุดท้าย “ความสุข” จะเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
5.คาดการณ์ : สังเกตดูสิเวลาเราคาดการณ์ชีวิตตัวเองในวันข้างหน้าได้อย่างแม่นยำ จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี นั่นหมายถึง สามารถเรียนรู้สภาพแวดล้อมได้ลึกซึ้ง อะไรขาดก็เติม อะไรเกินก็ตัด ถ้าทำได้เรื่อยๆ จะเกิดความชำนาญ และสามารถรับมือกับการใช้ชีวิตได้เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
1.เวลา : จะสังเกตว่าทุกวันนี้คนเรามักต้องการความสำเร็จในชีวิตให้ได้เร็วที่สุด บางคนตั้งเป้าว่าก่อนอายุ 40 ปีจะต้องมีทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วถ้าไปไม่ถึงเป้าหมายจะเกิดอะไรขึ้น คงท้อแท้ สิ้นหวัง ชีวิตไม่มีความหมายอีกแล้ว
ทางออกเพื่อลดความทุกข์ ก็คือ ปรับทัศนะคติ มองบวก ให้ความยืดหยุ่นกับคำว่าเป้าหมายมากขึ้น ถ้า 40 ปีทำไม่ได้ เดี๋ยว 45 ปีก็ทำได้ ถ้าไม่ได้พอถึง 50 ปีก็ได้เอง
อย่าลืมว่า อะไรที่ตึงมากไปก็ขาดง่าย และเวลาขาดก็จะดีดกลับเข้าหาตัวเราเร็วและแรง
2.อารมณ์ : อย่างว่าวัยรุ่นมักจะควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยจะอยู่กัน ปล่อยให้อารมณ์เป็นใหญ่ตลอดเวลา แต่พออายุมากขึ้นๆ จะควบคุมอารมณ์และมีเสถียรภาพต่อเรื่องนี้ดีขึ้น ดังนั้น ถ้าเราต้องการมี “ความสุข” ตั้งแต่อายุน้อยๆ ก็ต้องรู้จักอารมณ์ตัวเอง ทำความเข้าใจ ใช้เหตุและผลในการตัดสินใจหรือดำเนินชีวิต ถ้าทำได้ “ความสุข” ไม่หนีไปไหนหรอก
3.สังคมออนไลน์ : สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นสิ่งที่คนเราขาดไม่ได้เลย บางคนติดงอมแงม แทบไม่เคยเงยหน้ามองผู้คนกันเลย ผลที่ตามมาหนีไม่พ้นเกิดภาวะเครียด หงุดหงิดง่าย
ทางออกง่ายมาก ปิดหน้าจอแล้วเป็นมิตรกับคนรอบข้างให้เยอะๆ พูดคุย ยิ้มแย้ม แล้วชีวิตคุณจะพบกับ “ความสุข” อีกครั้ง
4.เรียบง่าย : ชีวิตเราก็เหมือนการจราจร เมื่อถนนโล่งว่าง เป็นเรื่องง่ายที่จะขับรถไปไหนมาไหนสะดวกสบาย แต่ถ้าจราจรติดขัด จะไปไหนมาไหนก็ลำบาก บางคนถึงขั้นหงุดหงิด สติหลุด เช่นกันถ้าเราทำให้ชีวิตตัวเองยุ่งเหยิง จะทำอะไรก็คงติดๆ ขัดๆ ไปซะหมด
เอาใหม่ ลองปรับการดำเนินชีวิต ลำดับขั้นตอนอีกครั้ง อะไรที่ไม่จำเป็นก็ตัดออกไป เพื่อให้กลับเข้าสู่โหมดความเรียบง่าย รับรองคุณจะรับมือกับการใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ สุดท้าย “ความสุข” จะเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
5.คาดการณ์ : สังเกตดูสิเวลาเราคาดการณ์ชีวิตตัวเองในวันข้างหน้าได้อย่างแม่นยำ จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี นั่นหมายถึง สามารถเรียนรู้สภาพแวดล้อมได้ลึกซึ้ง อะไรขาดก็เติม อะไรเกินก็ตัด ถ้าทำได้เรื่อยๆ จะเกิดความชำนาญ และสามารถรับมือกับการใช้ชีวิตได้เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
ขอพลังแห่ง "ความสุข" จงอยู่ในตัวคุณ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น