10 กฏเหล็กในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ สไตล์ Tim Ferriss
.
Tim Ferriss ถือได้ว่า เป็นไอดอลของนักธุรกิจยุคใหม่ที่เน้น Lifestyle มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นยุคที่ผู้คนต้องการรวยทั้งเวลาและการเงินไปพร้อม ๆ กัน โดยที่ไม่ต้องรอจนแก่เกษียณแบบที่เราเข้าใจกันมา แต่ใช้หลักการสร้างธุรกิจ แล้วออกแบบระบบอัตโนมัติให้กับมัน เพื่อซับพอร์ท Lifestyle ที่เราต้องการไปด้วย เป็นการทยอยเกษียณแบบย่อม ๆ นั่นเอง
โดยเป็นเจ้าของผลงานการเขียนหนังสือที่ชื่อว่า The 4-hour Workweek, The 4-hour Body และ The 4-hour Chef ซึ่งเป็นหนังสือติด Bestsellers ของ New York Times ถึง 3 เล่มรวดด้วยกัน
นอกจากนั้น Tim Ferriss ยังสามารสร้างและขายบริษัทที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มอย่าง Brain Quicken ได้แล้ว ยังเป็น นักลงทุน Angle ที่ลงทุนให้กับธุรกิจ Startup ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ และนอกจากนั้น ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับ Facebook, Twitter, Stumbleupon, Evernote, Uber และบริษัทต่าง ๆ อีกมากมาย
.
.
1. ธุรกิจของคุณต้องเป็นที่ต้องการของตลาด เพราะธุรกิจจะอยู่ได้ต้องมีลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าหรือบริการมากพอ ที่จะทำให้ธุรกิจคุณเติบโตได้
.
2. เริ่มต้นทำบางอย่างขึ้นมาซะ เพราะเราจะสังเกตได้ว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ ที่เราเห็นในทุกวันนี้ หลาย ๆ คนเริ่มจากศูนย์หรือติดลบซะด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น อย่ารอให้พร้อมหรือเพอร์เฟ็คท์ เพราะคุณจะไม่ได้เริ่มทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักกะที
.
3. คุณต้องเรียนรู้การเล่าเรื่องราวของธุรกิจของคุณ - การสื่อสารถือว่าเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างมากทักษะหนึ่งที่ผู้ประกอบการต้องมี (ถ้าไม่มี ไม่เก่ง ก็ต้องฝึกฝน) เพราะการที่คนอื่น ๆ จะเข้าในตัวธุรกิจของคุณได้นั้น คุณจำเป็นจะต้องสื่อสาร เล่าเรื่องราว ทั้งในและนอกองค์กร ให้เข้าใจตรงกันว่า ธุรกิจที่คุณทำอยู่คือธุรกิจใด มีที่มาที่ไปอย่างไร แล้ว Lifestyle คุณสอดคล้องกับธุรกิจที่คุณทำอยู่ยังไงบ้าง
.
4. โฟกัสที่จุดแข็งของคุณก็พอ เพราะอย่าลืมว่าคุณมีเวลาจำกัดต่อวันเพียงแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้นคุณไม่สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตนเองทั้งหมด หรือหากทำได้ก้อาจจะกินเวลานานและผลงานออกมาไม่ดีอย่างที่คิดเอาไว้
ดังนั้น ถ้างานไหนที่คุณไม่ถนัด จงจ้างใครสักคนที่เก่งกว่าคุณเข้ามาทำในส่วนนั้น แล้วให้คุณโฟกัสในสิ่งที่คุณทำได้ดีที่สุด แล้วผลลัพธ์ที่ได้มักจะเกินคาดกว่าที่คุณคิดด้วยซ้ำไป
.
5. ทุกธุรกิจขึ้นอยู่กับการขาย ดังนั้น คุณต้องเรียนรู้การขายสินค้าหรือบริการของคุณออกไปให้ได้ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ก็คือ พวกเขาเหล่านั้นเป็นนักสื่อสารที่ดีมาก ๆ ดังนั้น ถ้าอยากให้ธุรกิจคุณขายดี เติบโต คุณต้องฝึกการขายให้เป็น ให้ชำนาญ
และทางเดียวที่คุณจะเก่งขึ้นได้ก็คือ “การฝึกฝน” ยิ่งคุณฝึกฝนมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเก่งขึ้นมากเท่านั้น
ถ้าคุณ ”ขายออฟไลน์” คุณต้อง “ฝึกการพูด” เพื่อปิดการขาย
แต่หากคุณ “ขายออนไลน์” ผ่านตัวหนังสือ คุณต้องฝึกการปิดการขายด้วยการ “ฝึกการเขียน”
Tips : การฝึกง่าย ๆ ตามสไตล์ของผมก็คือ เวลาที่ผมซื้อสิ่งของบางอย่างเมื่อเจอ Sales หรือเห็นโฆษณาออนไลน์ผ่าน Facebook บางอย่าง และมันทำให้ผมอยากซื้อ ผมก็จะเก็บข้อมูลนั้นมาปรับใช้กับธุรกิจของผม และถ้าเจอโฆษณาห่วย ๆ ที่ผมเห็นแล้วร้องยี้ ผมก็จะหลีกเลี่ยงการใช้คำแบบนั้น มันก็เท่านั้นเอง
.
6. ไอเดียไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าไอเดียนั้น ไม่ได้มีการผ่านการลงมือทำเพื่อให้เกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เพราะใคร ๆ ก็มีไอเดียกันได้ทั้งนั้น ไอเดียที่คุณคิดว่าเจ๋งวันนี้ แต่คุณไม่ได้ทำอะไรต่อ แล้วจู่ ๆ วันรุ่งขึ้น ก็มีคนทำในสิ่งที่คุณคิดออกมาให้เป็นรูปเป็นร่างแล้วทำเงินอย่างมหาศาล อย่าโทษว่า “เฮ้ยนั่นมันไอเดียตรูชัด ๆ ถ้าตรูทำ ป่านนี้รวยแบบมันไปแล้ว”
อย่าลืมว่า คนที่ได้คือ คนที่ลงมือทำให้ไอเดียนั้นมันเป็นจริงขึ้นมาต่างหาก ไม่ใช่คุณ
.
7. ทำในสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจคุณก่อน ถ้าหากคุณเข้าใจกฏ 80/20 แล้วล่ะก็ งานที่สำคัญ ๆ ที่คุณควรทำนั้น มีแค่ 20% เท่านั้น ที่เหลือเป็นเรื่องที่รอก่อนได้หรือสามารถยกให้คนอื่นทำแทนได้ ดังนั้น คุณต้องเรียนรู้การใช้กฏ 80/20 อย่างเคร่งครัด เพื่อหางานที่ทำแล้วเกิดผลลัพธ์มากที่สุดต่อธุรกิจของคุณ
.
8. คุณต้องมีแผนรองรับในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันแบบสุดติ่งกับบริษัทที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพราะถ้าเมื่อมันเกิดขึ้นจริง ๆ แล้ว คุณจะได้มีเวลารับมือกับปัญหานั้น ๆ แต่หากไม่ คุณอาจจะต้องล้มเลิกกิจการได้ในทันทีทันใด โดยที่ยังไม่ได้พยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่เลยด้วยซ้ำ
.
9. โฟกัสที่การวัดผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัท SME ที่มีเงินทุนไม่มากนัก ยิ่งต้องโฟกัสหนักเลยว่า จำเป็นต้องมีการประชุมเพื่อวัดผลทุก ๆ สัปดาห์ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับยอดขาย เว็บไซต์ เงินที่ลงโฆษณา จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ เป็นร้อยละเท่าไหร่ เพื่อที่คุณจะได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธให้ทันท่วงที กับเงินทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด
.
10. เรียนรู้จากความล้มเหลวของทั้งตัวเองและผู้อื่น เพื่อพัฒนาธุรกิจของคุณอยู่ตลอดเวลา บางอย่างที่คุณเคยพลาด ให้ถือว่าเป็นค่าเรียนรู้สำหรับบริษัทของคุณ แต่ความล้มเหลวบางอย่าง เราก็สามารถเรียนรู้จากคนอื่นได้ เพราะบางทีถ้าเราเจอเข้ากับตัวเอง เราอาจจะไม่ฟื้นแบบคนที่เขามาเล่าให้เราฟังก็เป็นได้
“Fail Fast, Succeed Faster”
“ยิ่งคุณล้มเหลวเร็วเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งประสบความสำเร็จเร็วมากขึ้นเท่านั้น”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น