แนวคิด "วอเร็น บัฟเฟตต์ กับการ Diversification"
บัฟเฟตต์แนะว่า สำหรับนักลงทุนผู้ไม่มีประสบการณ์ คุณอย่าใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว แต่สำหรับนักลงทุนผู้มีประสบการณ์คุณควรใส่ไข่ไว้ในตะกร้าไม่กี่ใบเท่านั้น
Diversification ในความหมายทั่วไปคือ การกระจายความเสี่ยง .. แต่ในมุมมองของวอเร็น บัฟเฟตต์แล้ว มันคือ การสนใจในหุ้นเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น เรามาดูกันว่าวอเร็น บัฟเฟตต์ มีความเห็นอย่างไรกับการกระจายความเสี่ยงและนี้คือความเห็นของเขาครับ
ผมมีความเห็นเกี่ยวกับการกระจายความเสี่ยง อยู่ 2 อย่าง อย่างแรกถ้าคุณเป็นมืออาชีพ มีทีมงานพร้อมและมีความมั่นใจสูง คุณก็สามารถสนใจในหุ้นหลายตัวได้ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เป็นแบบนั้น
ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ได้สนใจในการลงทุน คุณก็ควรจะมองหากองทุนที่ลงทุนในหุ้นแบบอิงดัชนีที่มีค่าธรรมเนียมต่ำ แล้วลงทุนกับมันอย่างสม่ำเสมอ (Dollar cost average) แต่คุณต้องมั่นใจว่าตอนที่คุณซื้อ คุณซื้อในราคาที่สมเหตุสมผล ในภาพระยะยาวแล้วเศรษฐกิจจะดูแลตัวของมันเอง มันจะวิ่งไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น การลงทุนในกองทุนอิงดัชนีถือว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงแล้ว
ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณเป็นคนที่สนใจในการลงทุน การกระจายความเสี่ยงจะเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไรนัก มันเป็นเรื่องที่โง่เขลามากถ้าคุณจะใส่เงินลงไปในหุ้น 20 ตัว แทนที่จะเป็นหุ้นเพียงตัวเดียว การมีหุ้นจำนวนมากในพอร์ตก็เหมือนมีแฟนจำนวนมาก ถ้าเรามีแฟน 40 คน คุณจะรู้ได้อย่างไรว่านิสัยของแต่ละคนเป็นอย่างไรและมันจะนำไปสู่ปัญหาในภายหลัง การมีหุ้นสุดยอดเพียงไม่กี่ตัวอยู่ในพอร์ต ก็เหมือนกับมีเลอบรอน เจมส์ อยู่ในทีมบาสเก็ตบอล (เลอบรอน เจมส์ เป็นนักบาสเก็ตบอลซุปเปอร์สตาร์ NBA ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน)
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาชาร์ลีและผม มีบริษัทที่สนใจอยู่มากกว่า 100 บริษัท ผมคัดเลือกมันออกมาแล้วใส่เงินประมาณ 80% ลงใน 5 บริษัท และบริษัทที่ผมลงทุนมากที่สุด ผมใส่เงินกว่า 25% ลงไปในบริษัทเดียว ต่อมาในปี 1964 ผมพบว่าตัวเองได้ใส่เงินมากกว่า 40% ลงไปในบริษัทนั้นซะแล้ว บริษัทนั้นครั้งหนึ่งผมเคยพูดออกสื่อว่าเป็นหุ้นที่มีราคาถูกและธุรกิจก็น่าสนใจ แต่ไม่มีใครฟังผมเลย บริษัทนั้นคือ American Express ผมซื้อมันหลังจากที่มันเกิดวิกฤตการน้ำสลัด (Salad Oil Scandal)ในปี 1951 ผมใส่เงินส่วนใหญ่ลงไปในบริษัท GEICO หลังปี 1998 กองทุน LTCM มีปัญหาอย่างหนัก ผมใส่เงินกว่า 75% ลงไปในนั้น และมีอีกหลายๆครั้งที่ผมใส่เงินมากกว่า 75% ลงไปในหุ้นเพียงไม่กี่ตัว เหตุการณ์ที่ผ่านมา ผมอยากสรุปให้คนรุ่นหลังฟังว่า ถ้าคุณมีความมั่นใจและเป็นสิ่งที่คุณรู้จักมันเพียงพอ จงลงทุนกับมันให้หนัก เป็นระยะเวลากว่า 60 ปีแล้ว ที่ผมกับชาร์ลีบริหารเงิน พวกเราพบเจอกับความเจ็บปวดมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดทุนจากการลงทุน แต่ผมอยากจะบอกว่า ถ้าคุณทนเห็นการขาดทุนมากกว่า 50% ไม่ได้ จงอย่าลงทุนในหุ้น และนั้นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมคุณถึงไม่ควรกู้เงินมาลงทุน
ในตลาดหุ้น มันเป็นสถานที่เพียงสถานที่เดียวที่เมื่อมันลดราคาแล้ว คนมักจะไม่ค่อยมีความสุข แต่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ถ้าผมชอบในธุรกิจนั้นจริงๆ ผมจะซื้อเมื่อตอนมันลดราคาเท่านั้น มันก็เหมือนกับการซื้อแฮมเบอร์เกอร์ในร้านแมคโดนัลด์ ถ้าผมพบว่าแฮมเบอร์เกอร์มันลดราคา ผมจะมีความสุขมากที่จะได้กินมันในราคามีส่วนลด หุ้นก็เช่นเดียวกัน ...
เมื่อคุณมีบริษัทที่ดีอยู่ในพอร์ตโฟลิโอของคุณแล้ว คุณไม่จำเป็นที่จะต้องหาหุ้นอีกตัวหนึ่งเพื่อมาทดแทนหุ้นตัวแรก มันเป็นเรื่องงี่เง่ามากที่จะพยายามกระจายความเสี่ยงโดยการหาบริษัทหนึ่งเพื่อมาทดแทนบริษัทหนึ่ง .. ในมหาวิทยาลัย คุณอาจจะเรียนรู้มาว่าการลงทุนต้องกระจายความเสี่ยง ถ้าคุณไม่ซื้อหุ้นหลายๆตัวจะเป็นการเสียโอกาสมาก หุ้นขึ้นแล้วคุณจะได้รับผลประโยชน์ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ผมอยากให้คนเหล่านั้นมองหาหุ้นที่ดีที่สุดอีกตัวหนึ่งดีกว่าที่จะมาหาหุ้นมาทดแทนหุ้นตัวแรก
และนี้ก็เป็นบทความน่าสนใจจากวอเร็น บัฟเฟตต์ รวบรวมมาจากรายงานประจำปีเบิร์กไชร์ ฮาธาเวย์ครับ ...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น