วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559

มินิซีรี่ส์ "วิถีพอเพียง" ตอนที่ 4

การที่คนส่วนมากไม่เข้าใจในวิถีพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมอบไว้ให้เป็นมรดกสำหรับคนไทยและมวลมนุษยชาติ เพราะว่ายังติดอยู่ในความคิด ไม่ใช้ใจเพื่อทำความเข้าใจ
เวลาใช้ความคิด เราจะตั้งคำถามโน่นคำถามนี่ มันเป็นอย่างนั้นจริงหรือ มันผ่านการพิสูจน์แล้วหรือยัง เชื่อได้จริงหรือ ฯลฯ คิดไปคิดมาก็ยังติดอยู่ในความคิด
แต่ถ้าเราใช้ใจเพื่อทำความเข้าใจ เราจะเข้าใจว่าวิถีพอเพียงเป็นวิถีแห่งใจที่บริสุทธิ์สมบูรณ์
ความคิดเป็นการประมวลผลอย่างหยาบๆจากความรู้ที่เราได้มาจากการมีปฏิสัมพันธ์ของหู ตา จมูก ลิ้นและกาย
หลังจากที่ตกผลึกทางความคิดแล้ว เราละความคิดนั้นเสีย แล้วใช้ใจเพื่อทำความเข้าใจ แล้วเราจะเกิดปัญญา หรือความรู้แจ้งแทงทะลุ
แรงผลักดันของมนุษย์ทั่วไปคือกิเลส หรือความอยาก อยากได้โน่นอยากได้นี่ อยากสวย อยากหล่อ อยากรวย อยากให้มีบ้านหลังโตๆ อยากมีรถหรู อยากเป็นใหญ่เป็นโต อยากจบด๊อกเตอร์ พูดง่ายๆว่ามีความอยากที่ไม่สิ้นสุด แล้วเราก็พยายามดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อเติมความอยากนั้นให้เต็ม
ทุกคนมีความอยากเหมือนกันหมด แต่ปัญหาคือไม่ใช่ทุกคนจะสามารถเติมเต็มความอยากได้เท่ากัน ด้วยเหตุนี้เราถึงมีคนรวย คนมีฐานะปานกลาง คนจน คนแทบจะไม่มีกิน คนพิการด้อยโอกาส
แต่ปัญหายังไม่จบ เพราะว่าไม่มีใครเติมเต็มความอยากได้จริงๆ หลังจากคนรวยเติมเต็มความอยากแล้วยังต้องการรวยมากขึ้นไปอีกจาก10ล้านเป็น20ล้าน เมื่อได้50ล้านยังคิดว่าน้อยไป ต้อง100ล้านถึงจะพอ พอได้100ล้านแล้ว คิดว่า1,000ล้านจะหนีไปไหน ต่อไปต้องเป็นของกู
คนที่มีฐานะปานกลางอยากจะขยับฐานะของตัวเองเป็นคนรวย เพราะเห็นคนรวยไปเที่ยวนอก ขับรถหรูแล้วอิจฉา คนจนขอให้มีเงินจ่ายค่าเทอมให้ลูก พอมีเงินเหลือซื้อกับข้าวกิน จ่ายค่าเช่าที่พักถูกๆก็พอใจแล้ว ส่วนคนด้อยโอกาสก็มีชีวิตกระเสือกกระสนไปตามยถากรรม
ปัญหาคือจะบริหารกิเลสของความอยากอย่างไรในสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำ?
คำตอบคือการรู้จักพอนั้นเอง เมื่อพอแล้ว ความสุขก็เกิดขึ้น เพราะว่าเราอยู่นิ่งๆ เรามีความสงบ เราไม่ต้องดิ้นรนเพื่อเติมเต็มความอยากที่ไม่มีวันสิ้นสุดเหมือนเวลาเรากินข้าวอิ่ม เรารู้สึกพอแล้ว กินเข้าไปอีกคำอาจจะอ๊วกออกมา เพราะว่ามันเกินพอ
เมื่อเราพอแล้ว สิ่งที่เรามีเหลือกินเหลือใช้ก็แจกจ่ายคนอื่น เพื่อให้คนที่มีไม่พอมีโอกาสได้อยู่รอด สำหรับคนที่ไม่มีกิน ข้าวเปล่าจานเดียวกับไข่เจียวเปรียบเหมือนสวรรค์บันดาล
เวลาเราให้คนอื่น เราอาจจะรู้สึกเสียดายของ เพราะว่าเราใช้ความคิดเพื่อยึดติดกับสิ่งนั้น ทั้งๆที่สิ่งนั้นจริงๆแล้วไม่ได้มีประโยชน์กับเราอะไร ถ้าเราใช้ใจเพื่อเข้าใจ เราจะเข้าใจว่าสิ่งนั้นไม่ใช่ของเราจริงๆ
วิถีพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชคือการให้ หรือการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ที่ด้อยโอกาส ผู้ให้ไม่ใช้ความคิดยึดติดกับสิ่งของหรือทรัพย์สิน แต่ให้ด้วยใจ ให้ด้วยความเมตตา
เวลาเราให้ กิเลสเราจะลดลง ความอยากจะลดลง หลังจากให้ไปแล้ว ทรัพย์สิน หรือสิ่งของของเราอาจจะลดน้อยลง แต่จิตใจเราสูงขึ้น ละเอียดละเมียดละไมขึ้น มีความสุขมากขึ้นจากการทำความดี
ดูพระเวชสันดรก็แล้วกัน ให้ทุกอย่างแม้กระทั่งลูกเมียเพื่อบรรลุถึงทานบารมีอันสูงสุด
ส่วนผู้รับที่มีไม่พอจะมีความสุขจากสิ่งที่ได้รับ ส่วนเกินในสังคม และส่วนขาดในสังคมจะมาพบความสมดุลกันพอดี ทำให้ความเหลื่อมล้ำหรือความขัดแย้งในสังคมลดลง ความคิดที่จะทำลายกันก็จะไม่มี เพราะว่าทุกคนในสังคมพออยู่ร่วมด้วยกันได้
ประเทศที่เกิดการปฏิวัติอย่างรุนแรงมีการฆ่ากันตายเป็นล้านคน ส่วนมากจะมาจากความเหลื่อมล้ำในสังคมที่รุนแรง ความเหลื่อมล้ำเกิดจากคนมีมากเกินพอไม่ให้ และคนมีไม่พออดๆอยากๆจนถึงจุดที่ทนต่อไปไม่ได้
บารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเทียบขั้นพระโพธิสัตว์ เพราะว่าพระองค์ทรงมีความเพียรในการสร้างทานบารมีเหมือนพระเวชสันดร
พระองค์มุ่งช่วยคนยากไร้ตลอดสมัยรัชกาล70ปีเพื่อเป็นโมเดลของการแก้ไขปัญหาของประเทศ
พระองค์ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อประชาชน
พระองค์ใช้ใจนำ
ยิ่งพระองค์ทรงงานหนักด้วยการให้ และมีความเมตตาต่อคนจนโดยไม่สนใจว่าใครจะว่าอะไร หรือติฉินนินทาอะไร ทำให้บารมีของพระองค์สูงขึ้นเรื่อยๆ จิตของพระองค์ละเอียดขึ้นเรื่อยๆจนบรรลุถึงจิตที่บริสุทธิ์ที่สมบูรณ์ของพระโพธิสัตว์
ที่นี้คงจะเข้าใจกันแล้วว่าทำไม คนไทยต่อแถวกันวันละหลายหมื่นคนที่ท้องสนามหลวง ต้องรอคอยเป็นเวลาหลายชั่วโมง บางคนต้องคอยถึงครึ่งวัน กว่าจะได้เข้าไปในพระบรมมหาราชวังเพื่อที่จะกราบไหว้พระบรมศพ? เพราะว่าคนไทยมีศรัทธา มีความเข้าใจและซาบซึ้งในความเสียสละของพระองค์ในการทำดีที่ยิ่งใหญ่เหนือมนุษย์
นี้คือวิถีพอเพียง วิถีของใจ วิถีของการเสียสละ วิถีของการไม่ยึดมั่น วิถีของความเมตตา วิถีของการให้ วิถีของการละ วิถีของการบรรลุถึงความเป็นมนุษย์ที่ประเสริฐ วิถีของจิตที่บริสุทธิ์สมบูรณ์
thanong
9/12/2016

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น