ความไม่รู้จักพอของนายทุน หรือผู้คนในยุคปัจจุบันเปรียบเหมือนกับองคุลิมาลที่ฆ่าคนตาย หรือทำบาปโดยไม่รู้จักพอ
ในสมัยพุทธกาล องคุลิมาลฆ่าคนแล้วติดเอานิ้วมาร้่อยเป็นพวง เหมือนกับพวงมายา นับได้แล้ว999นิ้ิว ขาดอีกเพียง1นิ้วจะครบ1,000พอดี จะได้เอาไปให้อาจารย์ของตัวเองตามเงื่อนไข หรือการยุยงให้ทำชั่วเพื่อแลกกับความรู้ศิลปศาสตร์ อันชื่อว่าวิษณุมนต์
กิติศัพท์ความโหดร้ายขององคุลิมาลดังกระฉ่อนไปทั่ว ถ้าหาคนฆ่าไม่ได้ องคุลิมาลอาจจะกระทำมาตุฆาต หรือฆ่ามารดาของตัวเองเพื่อตัดนิ้วให้ได้ครบ1,000 เพราะว่าต้องการได้วิชาวิษณุมนต์ที่แก่กล้ามีอิทธิฤทธิ์ในการทำลาย
อยู่มาวันหนึ่ง สมเด็จพระบรมศาสดาทรงเสด็จผ่านเส้นทางขององคุลิมาล พระองค์ท่านทรงตั้งพระทัยเสด็จมาโปรดท่านองคุลิมาลโดยเฉพาะ เพราะพระองค์ทรงแผ่ข่ายพระญาณในตอนเช้ามืดของทุกวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในพุทธกิจ ๕ ตรวจดูสัตว์โลกที่อยู่ในวิสัยที่จะทรงโปรด
และองคุลิมาลปรากฏขึ้นในข่ายพระญาณ และทรงทราบว่า ถ้าไม่ทรงโปรดในวันนี้ ท่านองคุลิมาลจะทำอนันตริยกรรม ฆ่ามารดาของท่านเอง เป็นการปิดกั้นมรรค ผล นิพพานทันที
องคุลิมาลโจรพอเห็นพระพุทธเจ้าก็ตรงเข้าไล่ทันที หมายจะพิฆาตฆ่าเพื่อเอานิ้วพระหัตถ์
แม้องคุลิมาลจะไล่เท่าไรก็ไม่ทันพระพุทธเจ้าที่สามารถย่อส่วนของกาละและเทศะได้ พระองค์ก้าวเท้าเดียว เท่ากับองคุลิมาลวิ่ง10-20ก้าว
เมื่อตามไม่ทัน องคุลิมาลจึงตระโกนถามพระพุทธเจ้่าว่าหยุดก่อน พระพุทธเจ้าตรัสตอบไปว่า เราหยุดแล้ว ส่วนท่านยังไม่หยุด
องคุลิมาลถึงกับชงักได้คิดถึงอกุศลกรรมที่ตัวเองได้ก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้
เสร็จแล้วพระพทุธเจ้าแสดงธรรมสั่งสอนองคุลิมาล ทำให้เกิดองคุลิมาลเกิดความเลื่อมใส ยอมเปลื้องเครื่องศัสตราวุธ และมาลัยนิ้วออก เสร็จแล้วทูลขอบรรพชาอุปสมบท
พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้อุปสมบท ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา แล้วทรงนำเข้าไปในพระเชตวันมหาวิหาร องคุลิมาลสามารถสำเร็จมรรคผลได้ในที่สุด
http://www.dhammathai.org/monk/monk54.php
http://www.dhammathai.org/monk/monk54.php
คนเราที่ไม่รู้จักพอก็ไม่ต่างจากองคุลิมาลที่ไม่รู้จักหยุดการฆ่าคนทำบาป โดยหวังว่าเมื่อได้เวทย์มนต์มาแล้ว จะมีอิทธิฤทธิ์ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก
การไม่รู้จักพอจะนำไปสู่การสร้างกิเลสทับถมหนาขึ้นไปเรื่อยๆ หวังรวยขึ้นไปเรื่อยๆกิเลสที่หนาขึ้นจะทำให้ดวงตาไม่เห็นธรรม หรือไม่พบกับความสุขที่แท้จริง
เมื่อถึงจุดหนึ่ง เราต้องรู้จักพอ การพอคือการละ เมื่อละได้แล้ว ความสุขหรือความสงบจะตามมา
แต่ถ้าไม่พอ ไม่ละจะสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนควบคุมไม่อยู่ ไม่มีความสุข ไม่ดีกับตัวเองและผู้อื่น
วิถีพอเพียงคือ วิถีของการละ โดยใช้ใจที่เข้าใจ อันจะนำไปสู่ใจที่บริสุทธิ์สมบูรณ์
แม้แต่องคุลิมาลยังสามารถบรรลุธรรมขั้นสูงได้ ดังเราทุกคนก็สามารถมีดวงตาที่แลเห็นธรรมได้
thanong
11/12/2016
11/12/2016
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น